วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553

วิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิของฉัน


วิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ 


          เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่จัดตั้งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการสังคม ในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มี คุณธรรม คุณภาพ และทัศนคติที่ดีต่อธรรมชาติและเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สังคมไทย และประเทศไทย  วิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิมุ่งมั่นที่จะสร้างความเป็นเลิศทางความคิด (ปัญญาและความดี) ทางวิชาการ (ความรู้ สู่อาชีพ) และการดำรงชีวิต (การปฏิบัติสู่ความสุข) ควบคู่กันไปทั้งสามด้าน เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาแห่งนี้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ด้วยคุณภาพแห่งชีวิตจากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ผู้บริหารและคณะอาจารย์ในกลุ่มโรงเรียนเทคโนโลยีกรุงเทพ ซึ่งมีทั้งหมด 6 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนเทคโนโลยีกรุงเทพ โรงเรียนเทคโนโลยีบริหารกรุงเทพ  โรงเรียนโปลีเทคนิคระยอง   โรงเรียนเทคโนโลยีบริหารธุรกิจกาญจนบุรี   โรงเรียนเทคโนโลยีบริหารธุรกิจสมุทรปราการ  โรงเรียนเทคโนโลยีบริหารธุรกิจกรุงเทพ ชลบุรี     ตระหนักถึงความสำคัญของการให้การศึกษาในระดับอุดมศึกษา และพร้อมที่จะมีส่วนช่วยพัฒนาประเทศชาติ จึงจัดตั้งวิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ เปิดสอนในระดับอุดมศึกษา

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับวิทยาลัย

ปรัชญา : บัณฑิตของวิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิจะมีคุณสมบัติ
                  เด่น 3 ประการในการดำเนินชีวิต
คุณธรรม : ประพฤติตนอยู่ในกรอบของศีลธรรม มีวินัย มีความรับผิดชอบ
                   อดทนซื่อสัตย์ กตัญญู และมีทัศนคติที่ดีต่อเพื่อนมนุษย์
ปัญญา : มีความรู้จริง ปฏิบัติได้ ชอบแสวงหาความรู้ตลอดชีวิต
              พัฒนาตนให้ทันต่อสภาพการณ์ ประยุกต์ใช้ในการประกอบ
              อาชีพอย่างต่อเนื่อง
 ความสุข : ประยุกต์ใช้ความรู้ เพื่อดำเนินชีวิต ได้อย่างมีความสุข
                   บนพื้นฐานของผู้มีคุณธรรม มีความรับผิดชอบต่อตนเอง
                   ครอบครัว และสังคมประเทศชาติ
 ปณิธาน  : พัฒนาความรู้ คู่คุณธรรม มีความสุข รักความเป็นไทย

ที่ตั้ง 489 ถ.ประชาพัฒนา แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ : 021729623-6
โทรสาร  : 021729620
สิ่งที่ข้าพเจ้าได้รับจากการมาเรียนที่วิทยาลัยแห่งนี้

1.ข้าพเจ้าได้ความรู้ที่มีประโยชน์ต่อวิชาชีพครู เป็นอย่างมากและสามารถนำความรู้นี้
ไปประยุกต์ใช้กับอาชีพครูได้เป็นอย่างดี
2.ได้เพื่อนที่ดี ข้าพเจ้ามีเพื่อนที่ดีที่คอยชี้แนะแนวทางในการเรียนการประกอบอาชีพเป็นอย่างดี
3.รู้จักทำงานเป็นกลุ่มและได้ศึกษาอุปนิสัยใจคอของเพื่อนร่วมกลุ่ม ทำให้เราสามารถควบคุม
อารมณ์และรู้จักเข้าหาเพื่อนแต่ละคนด้วยวิธีแตกต่างกัน
4.ได้มีโอกาสและมีแนวคิดกว้างไกลมากขึ้นเกี่ยวกับการบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม

วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ทฤษฎีการเรียนรู้ของสกินเนอร์

เรียน อาจารย์วิภาวรรณ

เรื่อง ส่งงานครั้งที่ 2


ทฤษฎีการเรียนรู้แบบลงมือกระทำของสกินเนอร์


Burrhus Skinner นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เป็นผู้คิดทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบการกระทำ (Operant Conditioning theory หรือ Instrumental Conditioning หรือ Type-R. Conditioning) เขามีความคิดว่าทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิคนั้น จำกัดอยู่กับพฤติกรรมการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนน้อยของมนุษย์ พฤติกรรมส่วนใหญ่แล้วมนุษย์จะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติเอง ไม่ใช่เกิดจากการจับคู่ระหว่างสิ่งเร้าใหม่กับสิ่งเร้าเก่าตามการอธิบายของ Pavlov Skinnerได้อธิบายคำว่า" พฤติกรรม "

การ เสริมแรง(Reinforcement ) หมายถึงสิ่งเร้าใดที่ทำให้พฤติกรรมการเรียนรู้เกิดขึ้นแล้วมีแนวโน้มจะเกิด ขึ้นอีก มีความคงทนถาวร เช่น การกดคานและจิกแป้นสีของนกพิราบได้ถูกต้องต้องการทุกครั้งเมื่อหิวหรือต้อง การ ในการทดลอง Skinner ตัวเสริมแรง แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ
1. ตัวเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) หมายถึงสิ่งเร้าใดเมื่อนำมาใช้แล้วทำให้อัตราการตอบสนองมากขึ้น เช่น คำชมเชย รางวัล อาหาร เป็นต้น

2. ตัวเสริมแรงทางลบ (Negasitive Reinforcement) หมายถึงสิ่งเร้



ทฤษฎีการวางเงื่อนไขด้วยการกระทำทฤษฎี การวางเงื่อนไขด้วยการกระทำ (Operant Conditioning Theory) เกิดขึ้นโดยมีแนวความคิด ของสกินเนอร์ (D.F. Skinner) ในสมัยของสกินเนอร์ ปี 1950 สหรัฐอเมริกาได้เกิดวิกฤติการการขาดแคลนครูที่มีประสิทธิภาพเขาจึงได้คิด เครื่องมือช่วยสอนขึ้นมาเพื่อปรับปรุงให้ระบบการศึกษามีประสิทธิภาพ เครื่องมือที่คิดขึ้นมาสำเร็จเรียกว่าบทเรียนสำเร็จรูป หรือการสอนแบบโปรแกรม(Program Instruction or Program Learning) และเครื่องมือช่วยในการสอน (Teaching Machine) เป็นที่นิยมแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน

หลักการเรียนรู้ทฤษฎี สกินเนอร์ (Skinner) กับทฤษฏีการวางเงื่อนไขแบบการกระทำ (Operant Conditioning) โดยจากแนวความคิดที่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งก่อให้เกิดพฤติกรรม และผลของการกระทำของพฤติกรรมนั้นโดยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมนั้น ทฤษฏีนี้เน้นการกระทำของผู้ที่เรียนรู้มากกว่าสิ่งที่ผู้สอนกำหนดขึ้น ดังจะเห็นได้จากแผนภาพนี้
A คือสภาพแวดล้อม
S คือสิ่งเร้า
R คือการตอบสนอง
C คือผลกรรมที่มีผลต่อพฤติกรรมที่เกอดขึ้นโดยที่
C+ เป็นผลกรรมที่ผู้กระทำพึงพอใจ
C- เป็นผลกรรมที่ผู้กระทำไม่พึงพอใจ
จากแผนภาพ จะเห็นได้ว่า ในสภาพแวดล้อมมีสิ่งเร้าที่ทำให้ผู้กระทำแสดงพฤติกรรมออกมา ซึ่งพฤติกรรมนั้น จะมีผลกรรมตามมาและผลกรรมนั้นทำให้อาจจะเพิ่มขึ้นหรือระดับคงที่หรือลดลง ทั้งนี้ขึ้น
อยู่กับว่าถ้าเป็นผลกรรมพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจ